About

” บางคนต้องทำสิ่งที่ไม่รัก ส่วนสิ่งที่รักกลับไม่ได้ทำ …

บางคนได้ทำสิ่งที่รัก แต่สิ่งที่รักกลับไม่เป็นดังฝัน …

บางคนฝืนทำสิ่งที่ไม่รัก ทิ้งสิ่งที่รักไว้เพียงในฝัน …

บางคนบังเอิญได้พบสิ่งที่รัก และสิ่งที่รักนั้นดีเกินฝัน “

สิ่งที่รัก สิ่งที่ไม่รัก ความสำเร็จ ความล้มเหลว และ ความฝัน อะไรคือกุญแจดอกนั้น

bg

สมัยเป็นเด็ก เมื่อผู้ใหญ่ถาม “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?” ข้าพเจ้าไม่เคยมีคำตอบ ไม่เคยมีภาพใดในจินตนาการ ข้าพเจ้าเติบโตมาพร้อมความไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร มีความสามารถพิเศษอะไร แต่จะพยายามค้นคว้า ขวนขวาย เรียนรู้ทุกสิ่งที่สนใจ และตั้งใจทำสิ่งนั้นตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม

กว่า 20 ปี ที่ทำงานสายการตลาดในหลายองค์กร สิ่งที่ทำนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่รัก แต่เมื่อมีโอกาสทั้งต้องแสวงหาเอง และมีคนหยิบยื่นให้ ข้าพเจ้าก็ได้พยายามทำทุกสิ่งอย่างสุดความสามารถและสำเร็จเสมอ

เมื่อต้องเป็นบุคคลที่คนอื่นคาดหวัง ต้องทำงานที่เข้าหาผู้คน เรียนรู้จากคน อดทนต่อคน อดทนต่อการรอคน เร็วให้ทันคน แข่งขันกับคน มีความหวังและผิดหวังกับคน สิ่งเหล่านี้ บ่มเพาะในตัวข้าพเจ้า จากเด็กขี้อายกลายเป็นคนกล้า กล้าคิด กล้าลอง กล้าทำ กล้าได้ กล้าเสีย มั่นใจ มุทะลุ มุ่งมั่น ตรงไปตรงมา เอาจริงเอาจัง และไม่ยอมอะไรง่ายๆ ไม่เคยยอมแพ้และไม่ค่อยยอมใคร

การได้มาคือความสุข ชนะคือความสุข สมหวังคือความสุข ล้วนแต่เป็นความสุขที่ฉาบฉวย มาแล้วไปเร็ว ไปแล้วก็วนกลับมาใหม่ ไม่มีที่สิ้นสุดตลอดช่วงเวลานั้น ความเครียดและความกังวล มันก็เริ่มเติบโตมาพร้อมๆ กับความสำเร็จ เพราะถึงแม้จะรู้สึกเหมือนมีความสุข แต่มันมาพร้อมกับอีกความรู้สึกหนึ่ง ที่อึดอัดแน่นอกอยู่ข้างในใจเสมอ

อึดอัดที่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันทั้งของตัวเอง และคนรอบตัว ยิ่งถ้าต้องเป็นความหวังของใครหลายคน ก็ต้องยิ่งพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นผิดหวัง ข้าพเจ้าใช้ชีวิตที่ผ่านมาแบบมีระเบิดเวลาฝังไว้ในร่างกายมาด้วย จนวันหนึ่งเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้ามีโอกาสร่วมหุ้นกับเพื่อนรุ่นพี่ 4 คน ทำร้านอาหารชื่อ Holy Pizza ที่สยามสแควร์ แหล่งปราบเซียน มีธุรกิจมากมายที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว รวยเร็วและเจ๊งเร็ว

ที่นี่…ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ความสุขในอีกแบบหนึ่ง ความสุขของการให้และการรับ รอยยิ้มของความพอใจจากผู้ให้ถึงผู้รับ จากผู้รับส่งคืนผู้ให้ ทันทีทันใด

ทั้งข้าพเจ้าและลูกค้าต่างก็เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน การได้แอบสังเกตุเห็นใบหน้าคนที่มีความสุขเล็กๆ จากการทาน ก่อให้เกิดพลังความสุขมหาศาลในหัวใจเพ่ิ่มขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเก็บออมความสุขได้ทุกวัน วันละหลายร้อยครั้ง จากคนหลายร้อยคน แตกต่างจากงานประจำที่ทำอยู่อย่างสิ้นเชิง

ร้าน Holy Pizza เป็นตำนาน ที่ก่อให้เกิดกระแสการทานพิซซ่าสไตล์อิตาเลี่ยนกรอบบางแบบใหม่ ในกลุ่มวัยรุ่นสยามสแควร์ ซึ่งแต่เดิมรู้จักแต่เพียงพิซซ่าหนานุ่มแบบอเมริกัน ร้านนี้จึงได้ชื่อเรียกใหม่จากวัยรุ่นแถวนั้นว่า “พิซซ่าเด็กแนว”

แน่นอน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า ธุรกิจประสบความสำเร็จทางด้านชื่อเสียง แต่ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายรับ ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่สูงลิบ ดังนั้นขายได้เท่าไหร่ ก็พอแค่เป็นค่าใช้จ่ายเดือนต่อเดือนเท่านั้น

ถึงแม้ข้าพเจ้าจะทำงานประจำไปด้วยเหมือนหุ้นส่วนทุกคน แต่ข้าพเจ้าเป็นคนเดียวที่คลุกคลีกับร้านมากที่สุด ทั้งบริหาร จัดการ และทำทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ส่วนหุ้นส่วนคนอื่นก็วุ่นกับธุรกิจส่วนตัว จนไม่มีเวลาเหลียวแลธุรกิจของเล่นแห่งนี้เมื่อถึงจุดหนึ่งที่หุ้นส่วนเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกัน รวมทั้งอยากชักชวนหุ้นส่วนใหม่เข้ามาเพิ่ม ดังนั้นข้าพเจ้าและหุุ้นส่วนอีกคนก็ตัดสินใจจากออกมามือเปล่า พร้อมกับนำ้ตาของความผูกพันธ์ที่มีต่อลูกค้า และความเสื่อมศรัทธาต่อเพื่อนร่วมหุ้น หลังจากนั้นไม่นาน ร้าน Holy Pizza ภายใต้การดูแลของหุ้นส่วนใหม่ก็อวสานลง

“ร้านกาแฟบางรัก” แห่งนี้เปิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 ด้วยอารมณ์ที่ยังเข็ดกับการร่วมหุ้น แต่หลังจากนั้นแค่ 6 เดือน ข้าพเจ้าก็จำเป็นต้องเปิดร้านอาหารอีกครั้ง ด้วยเงินทุนศูนย์บาท

                                                                                                   
ไม่น่าเชื่อว่าข้าพเจ้าจะกล้าเปิด “ร้านกาแฟบางรัก” ด้วยเงินทุนศูนย์บาท และหนี้สินล้วนๆ อีกเกือบสองล้านบาท หนี้สินอื่นที่ยังมีภาระผูกพันธ์ อาทิ คอนโด รถ ต้องขายทิ้ง เพื่อลดภาระหนี้ และเหลือส่วนต่างเพื่อนำมาเป็นเงินลงทุนใหม่ท้ั้งหมด อีกทั้งตัดสินใจลาออกจากงานบริษัท ทิ้งเงินเดืิอนผู้บริหารมาเป็นลูกจ้างร้านตัวเอง ร้านใหม่นี้เป็นตึกแถวเก่าแก่เล็กๆ ครึ่งตึกครึ่งไม้ อายุตึกประมาณ 40-50 ปีได้ ตั้งอยู่ต้นซอยศาลาแดงฝั่งสีลม ก่อนเริ่มตกแต่งร้านก็มีปัญหาหลายเรื่อง ทั้งโครงสร้างเดิมที่ไม่แข็งแรงพอจะทำการค้าแบบร้านอาหารได้ เรื่องใหญ่ๆ ก็เป็นเรื่องงานระบบขซึ่งของเดิมมีปัญหาใช้งานไม่ได้เลย

โครงสร้างส่วนไหนที่เป็นไม้ ปลวกกินหมดทั้งหลัง ตอนรื้อภายในออกมาแล้วก็แทบร้องไห้ เพราะสิ่งที่เหลือพอใช้ได้ก็คือ ผนังปูน ซ้าย ขวา และหลังคาผุผุ เท่านั้น อยากถอดใจไม่ทำร้านแล้ว เพราะเงินที่เตรียมไว้อาจบานปลายจนไม่พอซ่อมแซมได้ แต่ในเมื่อรื้อบ้านเขาออกมาเป็นศาลาการเปรียญขนาดนี้ การจะบอกเลิกสัญญาเช่าก็คงไม่ทันแล้ว อีกทั้งการทำงานปรับปรุงร้านในพื้นที่ปิด แบบซอยทางผ่าน ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก สร้างบ้านใหม่จะง่ายเสียกว่า ที่หนักสุดก็คือ เรื่องผู้รับเหมาโกงเงินและทิ้งงาน ทิ้งคนงานก่อสร้างไว้ 2 คน สุดท้ายข้าพเจ้าก็ต้องกลายมาเป็นผู้รับเหมางานตัวเอง

เปิดร้านวันแรกยังไม่มีแม้เงินสดใว้หมุนเวียนในธุรกิจแม้แต่บาทเดียว เรียกได้ว่าต้องหวังรายได้จากการขายอาหารแบบวันต่อวันกันทีเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ข้าพเจ้าทำไปด้วยแรงผลักดันสองประการ

ประการแรก ความโหยหาข้าพเจ้ายังโหยหาความสุขจากรอยยิ้มแบบนั้น ยิ้มใสใส บริสุทธิ์ ไม่มีเสแสร้ง รอยยิ้มที่แสดงความสุขจากการทาน เหมือนแม่ได้ทำอาหารให้ลูกทาน เหมือนลูกทำอาหารให้แม่ เหมือนพี่ทำอาหารให้น้อง เหมือนน้องทำอาหารให้พี่ เหมือนภรรยาทำอาหารให้สามี และเหมือนสามีทำอาหารให้ภรรยา ความสุขแบบนั้นมันก็คงมีในอาชีพอื่นบ้างแหละ แต่ข้าพเจ้าบังเอิญได้ตกหลุมรักในอาชีพนี้เสียก่อนแล้ว

ประการที่สอง กำลังใจ

จากเพื่อนสนิท ลูกน้องเก่า และสมาชิกในครอบครัว

เพื่อนสนิทสมัยเรียนโทด้วยกันคนหนึ่งชื่อ ปลา เป็นคนผลักดันและให้กำลังใจทุกอย่าง แต่หลังจากหนึ่งเดือน ข้าพเจ้าขอร้องให้เพื่อนถอนเงินส่วนหุ้นไป (โดยขอยืมเงินจากแม่) เราได้คุยกันเปิดอก เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจที่มีการร่วมหุ้น ข้อดี ข้อเสีย ปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง และความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ สัมพันธภาพของความเป็นเพื่อนหลังร่วมหุ้นทางธุรกิจ ข้าพเจ้าสารภาพตามตรงว่า ไม่มั่นใจว่าร้านจะไปรอดหรือไม่ ถ้ากิจการดีคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าขาดทุนนี่สิปัญหาจะตามมาเป็นพรวน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ข้าพเจ้าไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเรื่องผลประโยชน์อีกแล้ว

ส่วนเพื่อนคนอื่น(ที่เหลืออยู่น้อย) แต่มีส่วนสำคัญต้องยกไว้เป็นผู้มีพระคุณเช่นกัน ทั้งนี้เพราะข้าพเจ้าต้องขอคำปรึกษาจากทุกคนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนทนาย เพื่อนนักบัญชี เพื่อนสถาปนิก เพื่อนนักออกแบบ และเพื่อนที่อยู่วงการร้านอาหาร

ลูกน้องเก่า สองคนสามีภรรยาซึ่งเป็นลูกน้องเก่าจากร้านเดิม ทั้งคู่ไม่อยู่ร่วมงานกับหุ้นส่วนเก่า แต่เลือกกลับไปรอข้าพเจ้าที่บ้านนอก รอจนกว่าข้าพเจ้าจะหาที่เปิดร้านใหม่ คนหนึ่งเป็นพ่อครัวพิซซ่า ส่วนอีกคนเป็นแคชเชียร์/บาร์เครื่องดื่ม (ทั้งสองคนข้าพเจ้าฝึกอาชีพและส่งเงินให้ตลอดระยะเวลาที่รออยู่บ้านนอก)

สมาชิกในครอบครัวทั้งแม่ พี่และน้องทุกคน ถึงแม้ว่าแม่จะไม่เคยเห็นด้วยกับอาชีพนี้เลย แต่กำลังใจก็ส่งมาจากทางสายตาที่คอยเป็นห่วงอยู่เสมอ ปัจจุบันร้านกาแฟบางรักเปิดบริการมาได้ 7ปีกว่าแล้ว จากคนที่ทำอาหารไม่เป็นกลายเป็นคนชอบทำอาหาร ต้องทำอาหารให้ได้ทุกอย่างในเมนูของร้าน ส่วนเมนูไหนที่ยังไม่เคยทำ ก็สนใจลองทำ เรียนรู้ และพัฒนาต่อไป

ข้าพเจ้าใช้เวลาอยู่ร้านมากกว่าอยู่บ้าน ร้านคือบ้าน ลูกค้าทุกคนกลายมาเป็นเพื่อนที่ผลัดกันแวะเวียนมาส่งความสุข ทุกคนตั้งใจที่จะมาหา มารับและมาให้ รอยยิ้มและความสุขของทุกคนที่แวะเวียนกันมา ก่อให้เกิดความรักและมิตรภาพอันอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

ร้านกาแฟบางรัก…ที่แห่งนี้มีสายใยแห่งความรักบางๆ สานต่อเป็นเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ที่ที่เชื่อมความสัมพันธ์หลายคนไว้ด้วยกัน สาระสำคัญของชีวิต คือ ความรัก การให้ และการรับ เราทุกคนเกิดมา เพื่อที่จะเรียนรู้ในการแบ่งปันและเกื้อกูลกันอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไร ที่จะทำให้เกิดความพอดีแก่ทั้งสองฝ่ายต่างหาก ถึงแม้กาลเวลาจะเคลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อมกันและกันไว้ได้คือ “ความรัก” เราต่างก็ต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกันเสมอ

ดังนั้นข้าพเจ้าเชื่อว่ากุญแจสำคัญของหัวใจก็คือ “ความรัก” ไม่ใช่ความรักที่เจือปนด้วยราคะแบบชายหญิง แต่เป็นความรักความปรารถนาดีต่อคนอื่น และความรักในสิ่งที่กำลังทำอยู่ เราทุกคนต่างโหยหาความรัก อาหารทั้งหลายที่ข้าพเจ้าทำเป็นเพียงเครื่องปรนเปรอความต้องการทางร่างกาย เป็นเพียงอาหารกาย หาซื้อกันได้ทั่วไปที่ไหนก็มี

แต่ความรักที่แท้คือ อาหารทางใจ อยากได้แต่ไม่มีขาย การปรุงอาหารใจก็ต้องใส่หัวใจลงไปในสิ่งที่ทำ ทำให้เป็นธรรมชาติจากหัวใจของเรา ความรักที่แท้ไม่ต้องไปแสวงหาไกล เริ่มได้จากตัวเรา ไปสู่คนที่อยู่ข้างหน้าเรา ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร ปลายทางคนที่รับเขารู้สึกได้ แล้วเราก็จะได้รับความรักนั้นกลับมาเช่นกัน หากทำให้ได้เพียงแค่นี้ ชีวิตก็มีความสุขแล้ว

                                 
bg
อุบลสิริ พชรวรรณ
ร้านกาแฟบางรัก/ Cafe’ Bangrak