บนเส้นทางแห่งการฝึกตน


บนเส้นทางแห่งการฝึกตน

 

5 มีนาคม 2556 – ทางแห่งตน

การเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพของข้าพเจ้า นอกจากฝึกภาวนาทุกเช้าแล้ว การได้อ่านหรือฟังข้อคิดดี ดี ระหว่างขับรถจากบ้านมาที่ร้าน ซึ่งใช้เวลาเกือบชั่วโมงนั้น เรามักได้แง่คิดที่น่าสนใจเสมอ การทำแบบนี้เป็นประจำก็ดีไปอย่าง เพราะทำให้เราลืมเรื่องรถติด และใจเย็นกับการถูกแซงปาดหน้าอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว สิ่งที่ทำได้ขณะอยู่ในรถ ซึ่งเป็นโลกส่วนตัวอันแสนสุข สลับกันไปทุกวันก็คือ ฟังธรรมบรรยาย ฟังวิทยุทั้งเพลงและการพูดคุยของดีเจ หรือแม้แต่
การอ่านสเตตัสคนอื่นใน fb ช่วงรถติดไฟแดง ก็ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความผ่อนคลายไปด้วย

ที่น่าสนใจคือ สิ่งที่เป็นสาระแน่ๆ อย่างการฟังธรรม บางครั้งแม้ธรรมประโยคเดิมเดิม ทั้งที่เคยเปิดฟังหลายต่อหลายครั้งแล้ว ใจเราก็กลับเข้าไม่ถึง แต่บางเวลาเพียงแค่ประโยคเดิม ประโยคเดียวสั้นๆ ก็โดนใจเสียจริง หมายความรวมถึง
การอ่านสเตตัส fb หรืออ่านหนังสือด้วย เรามักหาสาระจากสิ่งที่มองข้ามไปอยู่เสมอ นั้นเป็นเพราะว่าทุกอย่างที่เรากำลังรับรู้นั้น เราให้มันเป็นเพียงการรับเข้า-ออก ผ่านตา ผ่านหูธรรมดา หรือได้ใช้ใจเข้าไปสัมผัสด้วยหรือเปล่า

นอกจากนี้ ในช่วงว่างระหว่างรอลูกค้าเข้านั้น การอ่านหนังสือก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ข้าพเจ้าชอบ เพราะหากอ่านไม่จบก็คั่นไว้แล้วกลับมาอ่านต่อได้ภายหลัง วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ บนเส้นทางแห่งการฝึกตน เขียนโดย
เรจินัลด์ เรย์ และ วิจักขณ์ พานิช เรียบเรียง ความตอนหนึ่งที่ต้องขออนุญาติเจ้าของหนังสือ เพื่อคัดลอกมาให้ได้อ่านโดยพละการมีดังนี้

(ธรรมอันเป็นอนันต์ หน้า 40)

ในคัมภีร์พระไตรปิฏกของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท พระพุทธเจ้าศากยมุนีกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาสอนสั่ง หรือจะมีสงฆ์สาวกมาปฏิบัติคำสอนหรือไม่ ธรรมก็จะยังคงอยู่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อาจกล่าวได้ว่า ธรรมะคือการดำรงอยู่พื้นฐาน เป็นสัจธรรมแห่งชีวิต แห่งสรรพสิ่ง และแห่งสากลจักรวาล อีกทั้งยังเป็นความจริงสูงสุดและธรรมชาติเดิมแท้ของความเป็นตัวเรา

เป้าหมายของผู้ฝึกตนตามวิธีพุทธ คือการค่อย ๆ ลอกเปลือกที่บดบัง “ธรรมชาติเดิมแท้” ออกไปจนหมด จนเราสามารถดำรงอยู่ และรวมเป็นหนึ่งกับทุกประสบการณ์ในชีวิตได้โดยสมบูรณ์ อย่างที่ไม่ต้องไปหวนคิดถึงขอบเขตจำกัดของ “ตัวตน” อีกเลยแม้แต่น้อย ในภาวะแห่งการตระหนักรู้ที่ว่า เราสามารถมองเห็นธรรมชาติของความเป็นตัวเรา ที่ไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีจุดจบ อันแสดงออกมาในรูปของความรักอันเป็นอนันต์แห่งสากลจักรวาล

ธรรมอันเป็นอนันต์ได้ผ่านไปมาให้เราได้สัมผัสในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ ๆ ความรักและการโอบอุ้มแห่งจักรวาล สามารถเข้าถึงได้โดยคนธรรมดาสามัญ อย่างที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นชาวพุทธ หรือแม้แต่ต้องสนใจเรื่องราวทาง
จิตวิญญาณเลยด้วยซ้ำ

นี่เป็นเพียงความตอนหนึ่ง ที่ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความหมายของตัวอักษรแล้วเข้าได้ถึงจิตใจ ถึงกับต้องหยิบมาบันทึกไว้เลยทีเดียว

ดังนั้นในการเริ่มต้นวันดีดีของข้าพเจ้านั้น เราควรเปิดรับข้อมูลที่สร้างสรรค์ เรื่องในทางบวก มากกว่าเรื่องในทางลบ การสร้างแรงบันดาลใจควบคู่ไปกับการพัฒนาจิตใจนั้น หากเราหมั่นฝึกให้เป็นนิสัย เราจะพบว่าสามารถค้นหาได้จากสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา และสิ่งเหล่านั้น กลับเป็นพลังชีวิต ส่งให้เราได้ทำงานในแต่ละวันได้อย่างสนุก และมีความสุขอีกวิธีหนึ่ง

คาเฟ่บางรัก

You can leave a response, or trackback from your own site.