การจากลา


cuba

 
ครบหนึ่งสัปดาห์ที่คิวบาจากไปพอดี

คิวบาเป็นสุนัขข้างทางพันธุ์ผสม เพศเมีย เขากลายมาเป็นสมาชิกที่บ้านเมื่อ 15 ปีก่อน เหตุเพราะต้องการให้มีใครอยู่เป็นเพื่อนแม่ ให้แม่ได้มีเพื่อนพูดคุยตามประสา ดีกว่าอยู่อย่างเงียบเหงาคนเดียว ยามที่สมาชิกทุกคนต้องออกไปทำงานนอกบ้าน

คิวบาเป็นสุนัขที่ดุมาก เห่าและกัดทุกคนท่ี่เขามองแล้วหน้าตาไม่ใช่สมาชิกของบ้าน แม่ต้องขยันพาบุคคลที่คิวบาฝากเขี้ยวไว้ไปหาหมอเป็นประจำ ถึงเขาจะดุอย่าไร แต่เขาไม่เคยกัดคนในบ้านเลยแม้แต่คนดียว มีครั้งหนึี่งที่คิวบาหลุดจากรั้วไปตอนกลางคืน จากนั้นก็คลานกลับมานอนร้อง
หงิง หงิง แอบใต้ท้องรถด้วยความเจ็บปวด หัวมีเลือดอาบ เพราะโดนคนข้่างบ้านแอบเอามีดอีโต้ฟัน

เขาไม่ใช่สุนัขขี้อ้อน ขี้ประจบ และไม่คลอเคลียเหมือนสุนัขพันธุ์อื่น สิ่งที่เขาแสดงออก ก็คงเหมือนกับที่ข้าพเจ้าสื่อสารกับทุกคนในครอบครัวกระมัง พวกเราไม่เคยแสดงความรักต่อกัน ด้วยการกอดกัน แต่เราใช้สายตาและการกระทำเล็กๆ น้อยๆ สื่อสารออกไป เป็นอันว่าเข้าใจกัน เวลาข้าพเจ้ากลับบ้านยามค่ำคืน คิวบาจะส่งแค่สายตาชำเลืองมองมาก่อน หากข้าพเจ้าสบตาตอบไป แล้วทักทายด้วยการเรียกชื่อ เขาถึงจะเดินมาให้ข้าพเจ้าลูบหัว เกาคาง เอาหัวมาถูแข้งถูขาจนพอใจ จากนั้นก็เดินกลับไปนอนที่เดิม

สองปีที่แล้ว ช่วงเกิดภาวะนำ้ท่วมกรุงเทพ ทุกคนในบ้านต่างกระจัดกระจายไปอยู่ในที่อื่นกันหมด รวมทั้งข้าพเจ้า สถานที่ที่ทุกคนต้องอพยพไปอยู่ชั่วคราวนั้น ไม่อำนวยให้สามารถนำสัตว์ไปเลี้ยงได้เลย ดังนั้นคิวบาจึงถูกพาไปฝากไว้ที่สถานที่รับฝากสุนัขแถวบ้าน ทีี่ดัดแปลงตึกแถวสี่ชั้นเป็นโรงแรมสุนัขชั่วคราว คิดค่าเช่าเป็นรายวัน 350 บาท ไม่รวมเบรคฟาส และรูมเซอร์วิสอื่นๆ

เราจำเป็นต้องให้คิวบาอยู่ที่นั่นนานนับเดือนจนกว่านำ้จะลด และทุกคนกลับมาอยู่บ้านได้ปรกติอย่างเดิม ตอนรับเขากลับมาบ้าน เขางอนและไม่พูดไม่จา ใครทักก็ไม่แยแส
ไม่สนใจใครเลยเป็นเดือนเช่นกัน ความรู้สึกเขาก็คงเหมือนคนแก่ถูกทอดทิ้งกระมัง เดือนกว่าที่เขาคงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เงียบเหงา อยู่กับคนแปลกหน้า กับสมาชิกหมาหน้าแปลก ที่ขยันส่งเสียงเห่าหอนแข่งกัน เพราะทุกตัวตกอยู่ในชะตากรรมและความรู้สึกแบบเดียวกัน

คิวบาป่วยโรคเนื้องอกใต้คางเมื่อปีก่อน คอบวมและกลมโตเท่าลูกเทนนิส โชคดีที่ตรวจเนื้อเยื่อแล้วไม่ใช่มะเร็ง
สัตว์แพทย์บอกว่าวิธีรักษาก็ง่ายขึ้นคือต้องผ่าตัด แต่เนื่องจากอายุเขาเยอะแล้ว เทียบกับคนก็คงประมาณ 80 ปีได้ หากผ่าตัดก็อาจไม่รอด เพราะแก่และอวัยวะภายในไม่แข็งแรงพอ ดังนั้นแม่จึงต้องพาเขากลับมาบ้านเหมือนเดิม

สองเดือนสุดท้ายก่อนเขาจากไป ตอนแปดโมงเช้า จู่ ๆ เขาก็ชักตาค้าง แม่บอกให้ช่วยอุ้มคิวบาขึ้นรถเพื่อพาไปหาหมอ แต่ทั้งข้าพเจ้าและแม่สองคนอุ้มเขาไม่ไหวเลย เพราะเขาตัวใหญ่และหนักมาก เห็นปัญหาทันทีว่า การเลี้ยงสุนัขตัวโต แล้วไม่มีสมาชิกผู้ชายอยู่ในบ้านเลยนั้น ไม่สมควร
อย่างยิ่ง

ข้าพเจ้าต้องจ้่างวินมอเตอร์ไซด์ช่วยกันอุ้มคิวบาเข้ารถของแม่ คิวบาถึงมือหมอทัน แต่หมอพูดแบบเดิมอีกว่า ผ่าก็ต้องทำใจน่ะว่าไม่รอด แต่ก่อนผ่าต้องนำกลับไปรอดูอาการที่บ้านเจ็ดวันก่อน ว่าแข็งแรงเพียงพอไหม แม่ก็จะไม่ผ่าอีก คราวนี้ข้าพเจ้าไม่ยอม ลองนึกถึงใจเขาบ้าง หากเขาเป็นคน มีเงินเอง ขับรถเอง และไปหาหมอเองได้ เขาก็คงจัดการชีวิตเขาเองไปแล้ว แต่ตอนนี้เราต้องตัดสินใจให้เขา มีโอกาสอีกตั้ง 50% ที่จะรอด ก็ต้องเลือกที่รักษาให้ถึงที่สุด เพราะหากไม่ทำอะไรเลย ก็เสียโอกาสรอดนั้นอยู่ดี

คิวบาได้ผ่าตัดที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตร เขาอึดและอดทนมากจึงรอดตาย แต่หมอบอกอยู่ได้อีกไม่เกินสองเดือน เอาหล่ะ สองเดือนก็ยังดี อย่างน้อยพวกเราก็ดูแลเขาถึงที่สุดแล้ว หลังผ่าตัดหมอก็ให้รับกลับมาบ้านทันที เพราะโรงพยาบาลไม่มีห้องพอสำหรับให้พักฟื้น ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจนำไปฝากโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ๆ ข้างบ้านแทน อยู่ได้สักหนึ่งอาทิตย์อาการดีขึ้นจึงกลับบ้านได้ แต่การดูแลต่อก็ต้องเช็ดล้างแผลผ่าตัดสดที่หายยากมาก และต้องให้อาหารปั่นละเอียดทางสายยางเหมือนคน ภาระก็ต้องมาตกที่แม่ เพราะทุกคนในบ้านออกทำงานเช้า กว่าจะกลับก็ค่ำมืด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือรับหมอมาที่บ้าน ทำแผลทุกวันตลอดสองอาทิตย์ ต่อมาก็หายปรกติดี

                                 

bye
สายของวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 ที่บ้านโทรบอกว่าคิวบาไปสบายแล้ว “อื่ม” คือคำตอบจากปากข้าพเจ้าแค่นั้น คงพูดอะไรไม่ออก ทั้งๆ ที่รู้ล่วงหน้าว่าเขาจะอยู่กับเราไม่นาน แต่เมื่อวันนี้มาถึง นำ้ตาก็ไหลแบบไร้เสียงสะอื้น ไหลเฉยๆ ไหลไม่หยุดเป็นชั่วโมงความรู้สึกเศร้า สะเทือนใจ วนกลับมาเตือนความจำอีกจนได้ อ่า ไม่ได้เสียใจอย่างนี้มานานเกือบสิบปีแล้ว หลังจากความรักจากไป ทำให้ข้าพเจ้าหวลนึกถึงความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกสูญเสียที่เราหลงคิดไปเองอย่างยาวนานว่า มันหายสนิทแล้ว เราหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า ความทุกข์จากการเสียของรักมันเป็นอย่างไร คงเหมือนแผลเป็น แม้มันจะค่อยๆ จางไป แต่มันไม่หายกลืนเป็นผิวเนื้อเดียวกัน หากเราไปเพ่งจ้องรอยนั้น มันก็ยังปรากฏอยู่จางๆ แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ทำไมการจากไปของคิวบานี้ ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนคนอกหักเลย เหมือนคนที่รักจากไปเฉยๆ ไม่มีการกล่าวลากัน ไม่มีเยื่อใย ไม่มีเรื่องอะไรรุนแรงแตกหัก เพียงแค่ไม่อยากสานสัมพันธ์กันต่อไป นานวันเข้า เรื่องราวต่างๆ ก็ค่อยหายไปจากความรู้สึกนึกคิด ทิ้งไว้แต่ความทรงจำเก่าเก่า ที่นานๆ ครั้ง เรามักจะหยิบมานึกถึงอยู่เสมอ แผลเป็นมันยังคงอยู่ตรงนั้น แม้ไม่ใช่ความปวดร้าวที่เราต้องไปจดจำมันให้ฝังใจ หรือพยายามกลบลบเลือนมันออกไป แต่แผลเป็นก็คือแผล มันเป็นเพียงแค่ร่องรอยเพียงส่วนหนึ่งในอดีต ซึ่งได้เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น

ความรู้สึกผูกพันธ์ที่มีต่อสิ่งหนึ่ง หรือคนหนึ่ง ที่มีมาอย่างยาวนานต่อเนื่องอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่สภาวะการจากลาจะมาถึง แน่นอนว่า มันยากเหลือเกินที่จะฝืนทนอดกลั้นให้ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย คิวบาเปรียบเหมือนคนในครอบครัว ส่ิงที่ทำให้ต้องฉุกคิดก็คือ หากถึงเวลาที่คนใดคนหนึ่งในครอบครัวเราจากไป เราจะเตรียมใจไว้อย่างไร

และที่เป็นคำถามในหัวใจต่อไปคือ แล้วหากเราเกิดมีความรักความผูกพันธ์ครั้งใหม่ ที่อาจกำลังเข้ามาหลังจากนี้ เราจะทำอย่างไรดี จำเป็นไหมที่ต้องปิดกั้นหัวใจ เพียงเพราะ
ขลาดกลัวกับการสูญเสียไปล่วงหน้า และยังคงฝังใจปวดร้าวกับแผลเป็นเก่าๆ ที่มันไม่เคยหายแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวเดิม

หรือลองเปิดหัวใจเพื่อรับสิ่งใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ เรียนรู้ความผิดพลาดจากของเก่า แล้วเริ่มต้นใหม่ สุขทุกข์เป็นเพียงอาการของหัวใจ ส่วนระยะทางระหว่างนั้น มันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าศึกษา น่าค้นหา และน่าเรียนรู้ เป็นประสบการณ์สดๆ ตรงๆ ที่แต่ละคนก็คงมีไม่เหมือนกัน

หากความรักครั้งใหม่จะเกิดกับใครหรืออะไร เราจะต้อนรับอย่างไร จะวางใจไว้ระดับไหน จะเตรียมใจไว้อย่างไร ก็ยังคงไม่มีคำตอบ หรือสูตรสำเร็จของความสมหวังตายตัว เพราะนั่นก็เป็นเรื่องที่ใจต้องเรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมๆ กัน ฉะนั้น แม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่อย่างถาวรยั่งยืน สุดท้ายทุกสิ่งก็นำไปสู่การจากลาเสมอ

คาเฟ่บางรัก

Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.