เริ่มต้นใหม่



1 มีนาคม 2554 เวลาเที่ยงครึ่ง
ของเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ไฟไหม้ ไฟไหม้” พี่ร้านข้าง ๆ เปิดประตูแล้วตะโกนแฝดเสียงข้ามหัวลูกค้าเข้ามาด้วยความดังสุดชีวิต

ข้าพเจ้าไม่ได้รู้้สึกตื่นเต้นเท่าใดนัก เพราะเป็นปรกตินิสัยของพี่คนนี้ ซึ่งชอบมาเปิดประตู แล้วตะโกนสั่งอาหารไปทานประจำอยู่แล้ว เพียงแต่แอบเคืองนิดๆ ว่าทำไมต้องแหกปากด้วย ระยะจากหน้าร้านถึงหลังบาร์ประมาณ 10 เมตร แม้เสียงเพลงในร้านจะดังแค่ไหน แต่เสียงพี่เขาจะดังแหวกอากาศทะลุทะทวงตรงเข้าแก้วหูเป๊ะ เป็นแบบนี้แทบทุกครั้งไป

“ไฟไหม้ท่ีไหนเหรอพี่?” ข้าพเจ้าเดินไปหาใกล้ๆ แล้วถามกลับด้วยเสียงเรียบ พี่เขาตอบว่า “ก็บ้านชั้นน่ะสิ เร็ว เร๊ว
ช่วยด้วย ขอยืมถังดังเพลิงหน่อย” เสียงแหกปากดังขึ้นกว่าเดิม แล้วแกก็วิ่งแนบกลับไปบ้านแกทันที

เอาล่ะสิ!!! เกิดมาไม่เคยมีเหตุการณ์ไฟไหม้เป็นของตัวเอง จะทำอะไรก่อนดี ใจเริ่มเต้นตึกตัก ข้าพเจ้าพยายามตั้งสติ รีบวิ่งไปเชิญแขกทั้งสองชั้นให้รีบออกจากร้านก่อน จากนั้นก็บอกแม่ครัวให้ปิดแก๊ส แล้วให้พนักงานทุกคนหยิบถังดับเพลิง หยิบถังนำ้ รีบออกจากร้าน วิ่งตรงไปบ้านพี่ต้นเพลิงช่วยเหลือแกก่อน เหลือข้าพเจ้าอยู่ในร้านเป็นคนสุดท้ายก็วิ่งไปสับคัทเอาท์ไฟลง ปิดคอมiMac คว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากร้านทันที (ใจนึกงกสมบัติ แม้เพียงอยากจะอุ้มแค่คอมฯ ออกไปด้วยสักตัวแต่ก็ดันใส่สายคล้องและตั้งรหัสล๊อคกันขโมยไว้เสียนี่ เวลาอย่างนี้นึกไม่ออกจริง ๆ)

ออกมายืนดมยาดมนอกร้าน แหงนมองขึ้นไปบนหลังคาร้าน มองเห็นเปลวเพลิงลุกโพลง (ความจริงเป็นความโชติช่วงชัชวาลของบ้านต้นเพลิง แต่ใจดันคิดว่าเป็นร้านตัวเอง) ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน มองดูร้านด้วยความอาวรณ์ ทำใจไว้ว่าแล้วว่า โอวว แดงแจ๊ดแจ๋ขนาดนี้คงจะไม่เหลือซากอะไรให้เก็บอีกแล้ว

ร้านคือบ้าน ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอยู่ร้านมากกว่าอยู่บ้าน เฉลี่ย 15 ชั่วโมงต่อวัน จะกลับบ้านก็เพียงแค่นอนเท่านั้น ดังนั้น
ความผูกพันธ์ในร้านนี้จึงมีมากกว่าบ้านแน่นอน

ผ่านไปสองชั่วโมงกว่าเพลิงจึงสงบลง แปลกแต่จริง ร้านติดบ้านต้นเพลิงใช้ผนังร่วมกันแท้แท้ แต่ร้านไม่โดนเพลิงไหม้สักแอะ ที่เสียหายมากก็คือนำ้ดับเพลิงที่อัดจนหลังคาแตกทะลุ ทำให้เปียกชุ่มไหลนองแทรกซึมทุกซอกมุม ทุกสิ่งอย่างโดยเฉพาะเครื่องไฟฟ้าทุกชนิด ชุ่มฉ่ำอย่างทั่วถึงกัน ลูกค้าหลายร้อยคนที่ต่างเมื่อทราบข่าวต่างก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใย โทรศัพท์กันเข้ามาจนรับซ้อนรับแทบไม่ทันกันทีเดียว นี่เองคือพลังบุญอันแท้จริงจากลูกค้า เพื่อนและพี่ๆ น้องๆ
ทุกคน ที่ทำให้ร้านรอดจากกองเพลิงมาได้

จากวันนั้นเป็นต้นมา กว่าสองเดือนครึ่งที่ร้านหยุดให้บริการ ทั้งข้าพเจ้าและพนักงานทุกคน ต้องอดทนวนเวียนอยู่ในแต่ในความคิด ความกังวล ความหงุดหงิดร้อนใจ

ความฉุนเฉียว ความเศร้า ความล้า และความคิดถึง อดทนต่อทุกห้วงอารมณ์ ทุกเหตุการณ์ ที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน ตลอดช่วงเวลาของความพยายามที่อยากจะซ่อมแซมร้านคืนสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด

ไม่ได้เปิดร้านก็เพียงขาดรายได้ ที่แย่กว่าก็คือ ข้าพเจ้าคิดถึงลูกค้าทุกคนมาก คิดถึงบ้าน แต่ทุกสิ่งก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด เพราะช่วงเวลาที่หยุดกิจการนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้มีเวลาทบทวนตัวเองทุกวัน ร้านนี้คงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ คงไม่ใช่มีเด่นเพียงโลเคชั่น ข้าพเจ้าโชคดีมากกว่าที่มีลูกค้าชั้นดี ที่คอยแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย บางท่านเรียกได้ว่า ถ้ายังไม่ลาออก หรือ ย้ายงานเสียก่อน ก็จะมาที่ร้านได้ทุกวันตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ขอขอบคุณลูกค้าทุกคน ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนคำ้จุนให้ร้านนี้อยู่รอด พนักงานทุกคนมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูตนและครอบครัว และอยากขอโทษจากใจจริงหากพวกเราทุกคน อาจทำให้ท่านอารมณ์เสียในบางครั้ง ท่านอาจต้องคอยอาหารนานกว่าที่อื่น ต้องชะเง้อคอรอเรียกหาพนักงาน ต้องรำคาญใจที่ลุกไปหยิบช้อนส้อมเอง ต้องการสั่งอะไรก็จะไม่ค่อยได้ตามที่สั่ง ต้องทนร้อนเพราะแอร์ไม่ค่อยเย็นฉ่ำ ต้องคอยดูท่าดูอารมณ์เจ้าของร้าน ต้องหิ้วท้องไปที่อื่นเมื่อท่านมาหลังเวลาครัวปิด รวมทั้งต้องหงุดหงิดเมื่อถูกเชิญให้กลับแมื่อเลยเวลาปิดร้าน ความรู้สึกแบบนี้ทุกท่านอาจไม่เคยได้พบได้เจอจากที่อื่น ถึงท่านจะไม่ชอบใจแต่ทุกท่านก็ยังมา ความกรุณามองเพียงแค่ตาก็รับรู้ได้ถึงจิตใจของทุกคน

ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมทุกข์กันมา ทุกคนกลับมาอยู่พร้อมหน้าเหมือนเดิม ช่วยกันทำงานที่ไม่เคยทำ ช่วยขัดโต๊ะเก้าอี้ ช่วยทาสี ช่วยปูกระเบื้องครัว ยาแนวห้องนำ้ ช่วยซ่อมแซมท่อนำ้ ช่วยขัดสีฉวีวรรณให้ร้านมีสภาพเหมือนเดิม พวกเราพยายามซ่อมทุกอย่างเพื่อให้กลับไปใช้งานได้ ถึงจะดูไม่ใหม่แต่ก็ไร้ร่องรอยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และในวันนี้ร้านก็ได้เปิดให้บริการแล้วอีกครั้ง ย้อนกลับไปช่วงเวลานี้ บังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ร้านเพิ่งเปิดเมื่อห้าปีก่อนพอดี ร้านกาแฟบางรักจึงมีอายุครบ 5 ปี ในเดือนพฤษภาคมนี้เช่นกัน เหมือนเราได้เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะหัวใจเราไม่เดียวดาย และเรารู้สำนึกดีว่า…ทุกครั้งเมื่อกลับมาที่ตรงนี้่จะมีความรักรอเราอยู่เสมอ

พวกเราพร้อมแล้วที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น พวกเราสัญญาว่าจะหน้างอให้น้อยลง และจะอดทนต่อความเหนื่อยล้าของร่างกายให้มากขึ้น ขอบคุณอีกครั้งกับทุกความรัก และ
ความสุข ที่ทุกคนแวะเวียนมาส่งให้

เริ่มต้นใหม่

รอยยิ้มเท่านั้นที่ทำให้พวกเรามีพลัง แววตาเท่านั้นทำให้พวกเรามีความหวัง และความรักเท่านั้นที่เราสามารถเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กันได้อย่างไม่มีวันหมด

ด้วยความขอบคุณจากหัวใจ

คาเฟ่บางรัก

You can leave a response, or trackback from your own site.