หอมกลิ่นลมหายใจ


“หนึ่งเดือนเหมือนมีร้อยวัน หนึ่งวันมีพัน ชั่วโมง ชั่วโมงล่ะหมื่นนาที นาทียาวนานเท่าใด ในยามที่คิดถึงเธอ อยากเจออยากเคียงชิดใกล้ อยากหอมกลิ่นลมหายใจ อยู่ในอ้อมแขนของเธอ”
บทเพลงยังคงก้องกังวานอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
……………………………
“เพชร…เพชร…. มาทางนี้เร็ว มาถ่ายรูปกัน”
เสียงเรียกของบัณฑิตหนุ่มเรียกเพื่อนสาวมาร่วมถ่ายรูปกันที่หน้าคณะ เสียงน้องๆ ของคณะ บูมให้รุ่นพี่อย่างสุดเสียง พร้อมกับไฟแฟลชของบรรดาช่างภาพที่ยิงใส่เหล่าบัณฑิต

“เจษ ได้งานหรือยัง นี่เพชรสอบบรรจุได้แล้วนะที่เชียงใหม่ เป็นครูอยู่ที่ฝางแหละ ที่นี่สวยมากเลยนะ เป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา ต้นไม้และอากาศสดชื่น ต่างจากกรุงเทพเราเป็นไหนๆ เพชรชอบมากเลย”

“เพชร จะไปอยู่เชียงใหม่จริงเหรอ? เรายังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรดี ระหว่างทำงานที่เรียนมา กับหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต แต่เราไม่อยากให้เพชรไปอยู่ไกลๆ เลย เราคงคิดถึงเพชรมาก”
เจษ เผลอหลุดคำพูดที่เขาแอบเก็บไว้มานาน ความรู้สึกที่เก็บเอาไว้คงไม่อาจจะเก็บไว้อยู่อย่างนั้นได้ตลอดไป
มันเพียงรอเวลาที่จะเปิดเผย เมื่อถึงช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่า เราจะไม่มีโอกาสได้แสดงออกมา

……………………………………..

“ส้องหนึ่งส้อง ส้องส้องสี่ ส้องสามหก…….”
เสียงอันพร้อมเพรียงของเด็กนักเรียนดังออกมาจากอาคารเรียนไม้หลังเก่า โรงเรียนนี้ตั้งอยู่บนเขา มีอาคารเรียนที่ทำด้วยไม้สองหลังปลูกคู่กัน ด้านข้างของโรงเรียนมีต้นจำปี ปลูกไว้เป็นแนวเสมือนรั้วของโรงเรียน ด้านหน้าอาคารจะมีหางนกยูงต้นใหญ่อยู่สามต้น แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาปิดทับสนามเล็กๆ ที่เด็กๆ ในโรงเรียนใช้วิ่งเล่น ในช่วงเดือนมีนา-พฤษภา หางนกยูงจะออกดอกสีแดงแสด บานสะพรั่งเต็มต้น

เพชร ได้มาเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้ได้หลายเดือนแล้ว เธอเป็นครูสาวที่มีอุดมการณ์และศรัทธาอันแรงกล้า เธอรักเด็กในโรงเรียนเหมือนกับน้องแท้ๆ ของเธอทุกคน ความลำบากที่เธอสัมผัสนั้น ถูกลบล้างด้วยรอยยิ้มของเด็กๆ เธอคิดอยู่เสมอว่า สังคมจะดีได้ ต้องเริ่มจากพื้นฐานที่ดี จากครอบครัว จากชีวิตในวัยเด็ก

_______5

ถ้าสามารถเริ่มต้นได้ดี โอกาสที่สังคมจะดีก็มีมากขึ้น เธอทำหน้าที่ของเธออย่างทุ่มเท แต่ชีวิตอีกด้านหนึ่ง เธอยังคงติดต่อกับเจษอยู่เสมอ เธอใช้จดหมายเป็นสารรับรู้ความเป็นไปของกันและกัน

ทุกวันอาทิตย์เธอจะไปหยอดจดหมายในตัวอำเภอ และในทุกๆวันจันทร์เธอก็จะรอจดหมายของเขา และวันนี้ก็เป็นเหมือนทุกจันทร์ ที่มีจดหมายมาถึงเธอ เธอเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้นทุกครั้ง

“สวัสดีจ้าเพชร
เรามีข่าวดีมากบอกเพชรด้วยล่ะ เราได้งานใหม่แล้วล่ะ เป็นงานที่เรารู้สึกอยากกลับมาทำอีกครั้ง คงเป็นเพราะเสียงนกในหัวใจเรามันเรียกร้องจนเราทนไม่ไหวน่ะ ฉบับนี้คงเขียนไม่เยอะนะ เพราะมีเวลาไม่มาก ต้องเก็บของย้ายของ สำหรับงานที่ใหม่ที่จะย้ายไปทำ ตื่นเต้นมากเลยล่ะเพชร แล้วไว้คุยกันนะ ช่วงนี้หน้าฝน เพชรดูแลสุขภาพตัวเองดีดีนะเดี๋ยวจะป่วยเอา พระคุ้มครอง”
เจษ

เจษมักเขียนจดหมายที่มีสำนวนแปลกๆ และชอบทิ้งท้ายให้ชวนติดตามอย่างนี้อยู่เสมอ วันนี้ครูใหญ่เรียกครูทุกคน ซึ่งมีกันอยู่เพียงสามคนมาแจ้งว่า เราจะมีครูใหม่มาช่วยโรงเรียนของเรา จะมาถึงพรุ่งนี้เย็นๆ เพชรไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรสักนิด มันก็คงเหมือนหลายๆ ครั้ง ที่มีครูใหม่มา แล้วก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะเนื่องจากที่ผ่านๆครูที่มาใหม่แต่ล่ะคน ทนความลำบากของที่นี่ไม่ไหว ไหนจะการกินอยู่ การเดินทาง และไร้ซึ่งแสงสี

……………………

Untitled-1

“ผู้ใหญ่ หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ………..”
อาขยานบทเก่า ถูกขับออกมาอย่างนี้ทุกๆ วัน ก่อนที่เด็กนักเรียนจะกลับบ้าน เพชรนั่งเก็บของที่โต๊ะภายในห้องพักครู พร้อมเตรียมการสอนในวันรุ่งขึ้น

“สวัสดีเพชร” เสียงเรียกมาจากหน้าห้องพักครู
เธอมองไปตามเสียงนั้น “เจษ!! มาได้ไงเนี่ย” เธออึ้งไปชั่วขณะ
“เราขอโทษนะที่ไม่ได้บอกเพชรก่อน อยากให้ประหลาดใจน่ะ”
เธอแอบดีใจอยู่ลึกๆ เย็นวันนั้นเขาและเธอคุยกันนาน เหมือนอย่างกับไม่ได้คุยกันมาแสนนาน

……………………………………………….
ความรู้สึกที่พัฒนาไปในกระบวนการของมัน…เฉกเช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆ ความรู้สึกดีที่เรียกว่า “รัก” ซึ่งอยู่ลึก ค่อยๆ หลุดออกมาทีละน้อยจนต่างฝ่ายต่างสัมผัสมันได้

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เจษชวนเพชรไปเที่ยวน้ำตกใกล้ๆ รร. เขาใช้จักรยานคันเก่าของรร. เป็นพาหนะในการเดินทาง
เจษทำกับข้าวใส่ห่อไว้ตั้งแต่เช้า แล้วไปรับเพชรที่บ้านพักของเธอ

จากรร.ไปยังน้ำตก สองข้างทางเป็นทุ่งนา ยามนี้กล้าข้าวในนาเขียวชอุ่ม ท้องฟ้าไร้แดด เมฆสีเทากอดรัดกันเป็นม่านกั้นทิวเขา ที่เป็นฉากหลังทอดตัวยาวไปไกลสุดตา เสียงนกร้องบรรเลงเป็นเพื่อนไปตลอดเส้นทาง สายลมหน้าฝนพัดผ่านร่างของเขาและเธอ

“เพชร..รู้ไหมทำไมเราถึงมาที่นี่”
“ทำไมเหรอ ไม่รู้เหมือนกัน”
“นกในหัวใจเราน่ะสิร่ำร้อง”
“เอาอีกและ ภาษากวีมาเชียวนะ”
“จริงๆ นะเพชร เรารู้สึกว่าเราต้องมาหาเพชรน่ะ ไม่งั้นเหมือนชีวิตเรามันขาดอะไรไป”
…………………..
“เรารักเพชร รักมานานแล้วด้วย แต่งงานกับเรานะ”
เธอไม่พูดอะไรสักคำ หรือเป็นเพราะพูดอะไรไม่ออกก็เป็นได้ ในบางความเงียบนั้นเสมือนคำตอบถึงการยอมรับอย่างยินดีแต่มีความเขินอาย

จากนั้นสองเดือนทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกัน เรือนหอหลังเล็กๆ ถูกสร้างขึ้นโดยมีชาวบ้านและครูใหญ่ให้ความช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ บ้านหลังใหม่นี้เป็นบ้านไม้ยกพื้น มีต้นกุหลาบขาวอยู่หน้าบ้าน ด้านข้างของบ้านมีบ่อน้ำ ภายในบ้านนั้นประกอบไปด้วยห้องหอขนาดย่อม และห้องเล็กอีกห้องไว้เผื่อลูกๆ มีระเบียงไม้อยู่หน้าบ้าน ด้านหลังเป็นห้องครัว ด้านข้างมีเฉลียงยื่นออกไปนอกหลังคา

แทบทุกคืนในฤดูหนาว ตรงนี้เป็นที่ที่เขาและเธอชอบมานั่งคุยกันแล้วเปิดเพลงเบาๆขับกล่อม โดยมีผ้าห่มผืนใหญ่ โอบร่างเขาทั้งสอง ไออุ่นของความรักอบอวลอยู่ภายใน ดวงดาวเปล่งประกายไปทั่วท้องฟ้ารายระยิบ

“เพชร ลูกคนแรกเรา จะชื่ออะไรดี”
“ถ้าเป็นผู้ชาย เพชรจะตั้งว่า เมฆ ถ้าเป็นผู้หญิงจะให้ชื่อว่า ฟ้า เจษว่าไง”
“เพชร ชอบเมฆกับฟ้า เลยเอามาตั้งชื่อให้ลูก แต่ก็เพราะดีนะ เจษก็ชอบ”

ชีวิตแต่งงานของทั้งสองเต็มไปด้วยความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน ทุกเช้าเจษจะตื่นมาแต่เช้าไปจ่ายตลาด มาเตรียมกับข้าวตอนเช้า เจษรู้ใจว่าเธอชอบกินอะไรเป็นอย่างดี เขาเก็บรายละเอียดเหล่านี้มานานตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ด้วยกัน ส่วนเพชรจะดูแลเรื่องงานบ้าน เสื้อผ้า ปัดกวาดเช็ดถู เสร็จจากอาหารเช้าก็จะปั่นจักรยานมาโรงเรียนพร้อมกัน ตกเย็นก็จะแวะที่ตลาด ซื้อกับข้าวกลับมาทำกินที่บ้านอย่างนี้เป็นประจำ

จะมีเพียงไม่กี่วันที่ต้องแยกกันกลับเนื่องจากต้องไปประชุมในอำเภอ กว่าจะกลับมาถึงหมู่บ้านก็มืดค่ำ เจษมักจะมีอะไร มาให้กับเพชรเสมอในทุกๆ เช้าที่โต๊ะทำงานของเธอ บางวันก็จะเป็นดอกกุหลาบขาวที่ปลูกอยู่หน้าบ้าน หรือบางทีก็อาจจะเป็นดอกจำปีแสนหอม ที่อยู่ด้านข้างของโรงเรียน

นี่คงเป็นเสน่ห์ของเจษกระมัง เขาเป็นชายที่ละเอียดอ่อน เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงได้ดี จนทำให้บางครั้งเพชรรู้สึกว่าเธอเป็นเพียงฝ่ายรับเพียงฝ่ายเดียว

asx

“เพชรอยากทำอะไรให้เจษบ้าง เจษอยากได้อะไรมั้ย”
“เพชรไม่ต้องทำอะไรให้เราหรอกนะ เพชรเพียงแค่ซึมซับ และรับรู้ความรู้สึกที่เรามีต่อเพชรเท่านี้ก็พอแล้วล่ะ” เขาโอบกอดเธอไว้

เดือนนี้เป็นเดือนพฤษภา สายฝนมาเยือนที่แห่งนี่อีกครั้ง เมื่อถึงฤดูฝน เขาทั้งสองจะลำบากกับการปั่นจักรยาน จากบ้านไปยังโรงเรียน เพราะจะต้องเดินทางไปตามถนนลูกรัง ด้วยสภาพที่หมู่บ้านอยู่บนเขา ถนนมีความชันและลื่นเมื่อเวลาฝนตกน้ำจะไหลค่อนข้างแรง แต่เจษมีความสุขกับการปั่นจักรยานยามฝนตกทุกครั้ง

“เจษ ขี่ดีดีหน่อยสิ เพชรเปียกหมดแล้ว”
“เพชรกางร่มแล้วกอดแน่นๆ นะเราจะซิ่งแล้วจะได้ถึงบ้านเร็วๆ”
เจษชอบเวลาที่เธอซ้อนจักรยาน มีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย ช่างดูมีชีวิตชีวา เหมือนดั่งต้นไม้ที่ได้รับหยาดน้ำ ยามที่ฝนหล่นมา

ทุกวันหยุด เขาและเธอชอบไปยังน้ำตก เขานอนหนุนตักเธอบนแผ่นหินหน้าน้ำตก ละอองน้ำเล็กๆจะลอยมาตามอากาศ สัมผัสผิวกายทั้งสอง เธอจะลูบไล้เส้นผมของเขาอย่างนุ่มนวล เขาทั้งสองมักพูดคุยเรื่องราวในอนาคต ที่เขาและเธอวางไว้ร่วมกัน เขาบอกกับเธอว่า เราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นถึงจะไม่รวย มีสวนผลไม้เล็กที่พอจะทำรายได้เสริมให้กับเรา พอเรามีลูก เราจะช่วยกันเลี้ยงดูเขาให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ให้ได้เรียนสูงๆ พอเราแก่ เราก็จะเป็นตายาย ที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยล่ะเพชร มีหลานๆ วิ่งเล่นในบ้าน เพชรได้ยินเสียงหัวเราะพวกเขาไหม
………………………..

กลิ่นไข่เจียวลอยคลุ้งไปทั่วตัวบ้าน เสียงของตะหลิวกระทบกับกระทะดังเป็นจังหวะ ควันลอยมาจากด้านหลังบ้าน สัมผัสกับจมูก มีเสียงตามมาจากด้านหลังบ้านพร้อมอาหารเย็น

“เมนูวันนี้ ต้มยำยอดรัก ดอกกะหล่ำผัดน้ำมันหอย และก็ไข่เจียว”
“โห น่ากินจังเลย เพชรไม่ค่อยได้ทำให้เจษกินบ้างเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกเพชร เราอยากทำให้เพชรกินทุกวันเลย”
“เอ้อ เพชร พรุ่งนี้ เราไปประชุมในอำเภอนะกว่าจะกลับก็คงมืด เพชรกลับบ้านก่อนนะ ไม่ต้องรอเจษ”
“จ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ จะทำของโปรดไว้รอ ไม่ได้กินฝีมือเพชรมานานแล้วนี่ ”
………………………………………………….

ร่างซึ่งไร้วิญญาณของเพชร นอนสงบนิ่งอยู่ที่สาธารณสุขของหมู่บ้าน เย็นวันนั้นระหว่างทางกลับ ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลพาดถนน เธอเสียหลักตกเขาตอนขี่จักรยานกลับบ้าน มีชาวบ้านเห็นเธอตกลงไป ได้ช่วยกันนำร่างของเธอขึ้นมา แล้วเอามาไว้ที่สาธารณสุข เจษไม่เชื่อสายตาตัวเอง น้ำตาเอ่อล้นใบหน้าอันนิ่งอึ้ง เพียงแค่ไม่กี่ชม.เขาเสียสิ่งที่เป็นที่สุดของชีวิตไป เธอไม่อาจจะกลับมายิ้มให้กับเขา พูดจากับเขา หรือบอกรักเขาได้อีกตลอดไปชั่วนิรันดร์

………………………………………………… 

_______2

บ้านแห่งความสุขได้หายไปจากหมู่บ้านแห่งนั้น มันหายไปพร้อมกับเธอ เหลือเพียงชายผู้หนึ่งที่แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ไร้ซึ่งพลังของชีวิต ดิ่งจมอยู่กับวันวานแห่งรัก

_______4

“หนึ่งวันมีสิบล้านนาที หนึ่งปีจะนานเท่าไหร่ นับทุกนาทีผ่านไป หัวใจเฝ้าคอยห่วงหา ทุกจังหวะลมหายใจ เพรียกเพียงได้พาลพบหน้า เนิ่นนานหนอกาลเวลา โหยหาฉันโหยหาเธอ เนิ่นนานหนอกาลเวลา โหยหาฉันโหยหาเธอ………..”

เสียงเพลงที่ถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังคงถูกเปิดต่อไปอย่างนั้น

Present perfect

You can leave a response, or trackback from your own site.