โยคะสมาธิ : ทางแห่งการฝึกตน – ตอน 1


yaga

อาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือ
สมควรแก่เวลาแล้วก็ได้ กิจกรรมใหม่ของข้าพเจ้าเกิดขึ้น
หลังจาก 13 มกราคมนี่เอง อ่ะฮ้า กรุงเทพชัตดาวน์ สีลมถูกปิด ลูกค้าหดหาย แม่ค้าขายอาหารอย่างข้าพเจ้าต้องมานั่งคิดใหม่ว่า จะเอาเวลาอันเหลือเฟือช่วงบ่ายสองถึงเย็นไปทำอะไรดี นอกจากสิ่งที่เคยทำประจำ คือ อ่านหนังสือบ้่าง เขียนบันทึกบ้า ๆ บอ ๆ หรือวิ่งเหยาะแหยะที่สวนลุม

แต่อย่างหลังนี่สิ คงต้องงดไปยาวเลย เพราะถนนปิด
บรรยากาศสวนลุมก็ไม่คุ้นเคยเหมือนเก่าอีกแล้ว ดังนั้นความคิดที่จะปลีกตัวเองออกจากร้านบ้าง สักวันละหนึ่งชั่วโมงจึงมาบรรเจิดที่ โยคะ ได้ทั้งสมาธิได้ทั้งออกกำลังกาย เหมาะเหม็ง!

พอคิดเริ่มอยากจะเอาจริงเอาจังอะไรขึ้นมาสักอย่าง ก็เริ่มล่ะ
วาดวิมานอันแสนหวาน มโนไปโน่นเลย เมษานี้แหละมี
วันหยุดยาว ปิดร้านเพิ่มยาวไปสักเดือน แล้วไปเรียนโยคะ
กับคุรุ กับฤษี ไปต้นกำเนิดที่อินเดียโน่นไปเลย
แหม แหม แหม ก็ใจมันเอนเอียงหลงไหลประเทศเขา
อยู่แล้วหนิ โยคะแอบเป็นข้ออ้างเพื่อหาเรื่องไปเที่ยวอีก
ก็ได้โน๊ะ ฮิฮิ

ส่วนใหญ่คนไปเรียนโยคะที่อินเดีย เขาคงมีต้นทุนการฝึกสะสมกันมาบ้างแล้วกระมัง จากนั้นจึงไปต่อยอดที่โน่น แต่ข้าพเจ้าเนี่ย ประเภทคิดตื้น แบบไปตายเอาดาบหน้า ขอให้ได้ไป ได้คลุกคลีกับสิ่งที่เริ่มให้ความสนใจ แต่ควรไปให้ถึงรากเหง้าเดิมแท้ก่อน ส่วนจะได้วิชาความรู้อะไร มากน้อยเท่าไหร่นั้น ไม่แยแส ชีวิตควรมีเรื่องเซอร์ไพร์บ้าง วางแผนไปทุกอย่างก็หมดสนุกกันพอดี แต่จะว่าไป กว่าจะถึงเมษาก็หลายเดือนอยู่ ดังนั้นควรเริ่มฝึกจากที่นี่บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ คงดีไม่น้อย จะได้ไม่อับอายประเทศชาติบ้านเกิด เด่ี๋ยวฤษีท่านจะว่าเอาได้ “อีนี่ มหารานีจ๋า อุตสาห์เหาะมาถึงอินเดียนี่ มาแบบสมองกลวงเลยหรอจ๊ะ อีนี่ โนเบสิค โนอิโหน่อิเหน่ อีนี่ โนน๊อตติ้งเลยหรอจ๊ะ”

อย่ากระนั้นเลย ว่าแล้วก็เดินดุ่ยไปสตูฯโยคะแห่งหนึ่งแถวซอยคอนเวนต์ ใกล้ร้านดี สะดวกด้วย บ่ายก็ชะแว๊ปเดินไปได้ทุกวัน แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะเวลาที่ข้าพเจ้าว่าง กับคลาสที่อยากเรียนไม่ลงตัว

ข้าพเจ้าเดินกลับมานั่งหน้าเหี่ยวที่ร้านตัวเองต่อไป แต่ก็ยังไม่ตัดใจ ลองนั่งหาข้อมูลจากอากู๋กูเกิ้นเกี่ยวกับโยคะไปเรื่อยเปี่อย โดยพิมพ์คีย์เวิร์ดว่า “เรียนโยคะที่อินเดีย” เอาหว๊ะ ฉันจะไปมันแบบกลวง ๆ นี่แหละ ถึงไม่ได้อะไรเลย ก็ถือว่าไปเอาฟิลลิ่งล่ะกัน

จิ้ม จิ้ม จิ้ม …แต่นแตนแต๊น อากู๋เสิร์จข้อมูลขึ้นมาให้เพียบ Ensogo >>>Makefriends Yoga >>>อาจารย์จากอินเดีย จากนั้นกระบวนการสอดรู้ก็เริ่มทำงาน เฮ้ย มันคือ อะไร ? ยังงัย ? ที่ไหน? อย่างไร? เมื่อไหร่ ? หื๊อ !!!

ไม่รู้อะไรเข้าสิง พอโทรถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ปุ๊ป แหม..สิ่งที่อยากได้ ทั้งครูสอน ทั้งเวลา ทั้งสถานที่ ทั้งค่าใช้จ่าย ลงตัวพอดิบพอดี๊ เมคเฟรนด์ โยคะ อยู่สีลมซอย9 นี่เอง เจ้าหน้าที่ก็่ดีแสนดี พูดจาไพเราะเสนาะหู เกิดความประทับใจเป็นอันดับแรก

อย่ารอช้า ข้าพเจ้ารีบแจ้นไปสมัครเรียนเดี๋ยวนั้นเลย ลากน้องสาวสองคนไปด้วย คือทั้งสองกำลังจะเรียนเป็นครูสอนโยคะเพราะเขาฝึกกันมาก่อนแล้ว คนหนึ่งลงเรียนที่อื่นไปแล้ว ส่วนอีกคนกำลังตัดสินใจอยู่ สุดท้ายก็เลือกลงเรียนคอร์สครูกับที่นี่ ด้วยการยุยงส่งเสริมจากข้าพเจ้าเองนี่แหละ

วันอาทิตย์เป็นวันที่ได้เข้าคลาสวันแรก ข้าพเจ้ามาแบบเป๋อเหร๋อ ความรู้เรื่องโยคะเป็นศูนย์ กวาดสายตามองเพื่อนร่วมคลาสอีกเกือบ 20 คน เพื่อหาแนวร่วม แต่คงไม่มี สังเกตจากรูปร่าง ท่าทาง การพูดคุยกันโน่นนี่ และการแต่งตัว คาดว่าคงระดับเซียนกันหมดแล้ว อื่มมม ข้าพเจ้าคงเป็นเด็กใหม่คนเดียวสิน่ะ เอาว่ะ เลือกนั่งอาสนะหลัง ๆ ล่ะกัน ลับสายตาครูดี

yaga1

yaga2

ครูผู้สอนเป็นชาวอินเดีย มาจากเมืองแห่งโยคะ ชื่อฤษีเกษ (rishikesh) ครูวิเวก หน้าตาหล่อเหลาเอาการ อินเดียผิวขาว ก้านเกือบยาว เคราเฟิ้ม สะอาดสะอ้าน ครูในชุดเสื้อกล้ามขาว กางเกงขายาวสีขาว โชว์กล้ามแขนเล็ก ๆ แหม เซ็กซี่ชะมัด (อุ้ยเขิล) ครูหนุ่มน้อย หน้าตาเฉยเมย ไร้รอยยิ้ม ไร้อารมณ์ใดใด ไม่พูดไม่จาเดินดุ่ม ดุ่ม ขึ้นมาบนแท่น นั่งลงอย่างสงบในท่าขัดสมาธิ โอวว รังสีกูรูแผ่สาด แลดูน่าเคารพเกรงขาม จากที่คุยกันจ๊อกแจ๊กเงียบงันกันทั้งห้อง สักพักครูหลับตาลงพร้อมส่งสำเนียงภาษาอังกฤษให้นักเรียนพนมมือขึ้นที่หน้าอก ทุกคนกล่าว โอม 3 ครั้งพร้อมกัน ทำตาม (ส่วนข้าพเจ้านะหรือ แอบเปิดตาข้างหนึ่ง มองสิ่งแวดล้อม ยังมึนอยู่ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เหลือบดูคนอื่นเขาไปก่อน ) แอบประหม่าเล็กน้อย เพราะครูเป็นผู้ชาย แต่ก็ประทับใจเป็นอันดับสอง

ครูหนุ่มหน่ออ่อนในดงนักเรียนสาวเกือบยี่สิบคน แต่ละคนเนี่ยะ อื้อหือ หุ่นดีกันทั้งนั้น มีบ้างตุ้มตุ้ยแต่ก็ยังดูดีมีทรวดทรง แล้วไอ้ชุดโยคะที่ฟิตปั๋งแนบเนื้อ ดันนม ดุนก้น กันสุดฤทธิ์ สุดเดช พิมพ์ส่วนเว้า เข้าส่วนโค้ง เข้าวินกันแบบเสมือนจริงอย่างนี้ ขนาดข้าพเจ้าเป็นผู้หญิงด้วยกัน ยังแอบเหลือบแวะชมเลย แต่พอมองหน้าครู ไหงหน้าตาครูช่างแน่วแน่ ไม่วอกแวก ส่องดูครูกี่ทีกี่ที ก็เห็นแต่สายตาอันว่างเปล่า สงบนิ่ง ไร้ปฏิกิริยา ไร้ความรู้สึก สายตาครูไม่มีหลุด ไม่ส่อนส่ายไปตามสิ่งยั่วยวนอันสวยงามที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย (ครูอาจเห็นจนเอือมระอา หรือบรรลุสัจธรรมอะไรไปแล้วก็เป็นได้) หูยยยย ประทับใจเป็นอันดับสาม

ก็ไม่รู้สิน่ะ อาชีพแม่ค้าอย่างข้าพเจ้า วัน ๆ เจอะเจอแต่ลูกค้าเพศชาย ถึงบางคนจะหล่อเหลาดูดี แต่สายตาแวววาว กรุ้มกริ่ม ชอบแวะเวียนผลัดกันมาส่อง มาทอดสะพานให้ ถูกลวนลามทางสายตาจากลูกค้าทุกวี่ทุกวัน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ อาชีพบริการก็ต้องอดทนกันไป (ส่วนลูกค้าชายชอบชายกลับดูน่าผูกมิตร น่าพูดคุย รู้สึกอบอุ่นสบายใจบริการมากกว่า) ด้วยเหตุฉะนี้ ทำให้ข้าพเจ้าจึงเป็นโรคขยาดแขยงผู้ชายไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าวันไหนเห็น อ่า อีตานี่มาอีกล่ะ ปุ๊ป ถ้าเลี่ยงได้ก็จะรีบหลบชะแว๊บ หายหัวหนีไปซุกตัว ยอมเหงื่อไหล ไคลย้อยในครัวโน่นเลย รอจนกว่าลูกค้าท่านนั้นจะกลับไป ไม่ใช่อะไรหรอกน่ะ เกิดหลุดกิริยาอาการบ้าบอ หน้าหักหน้างอ วีนแตกใส่เขา เดี๋ยวจะเสียลูกค้าไปเปล่า ๆ

ส่วนชุดโยคะที่ข้าพเจ้าที่ใส่มาวันนี้นะหรือ แนวติ๋มๆ เสื้อยืดหลวมโครก แต่กางเกงเลคกิ้งเนี่ยะน่ะ ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไม่เคยคิดจะใส่เลยผับผ่าสิ พอถึงคราวก็ต้องใส่จนได้ (คือไม่รู้ว่าต้องใส่อะไร เห็นใคร ๆ เขาก็ใส่กัน เลยเอาบ้าง) ส่วนตัวไม่ชอบเลยเลคกิ้ง ถึงแม้จะทำให้ดูขาเรียวยาว แต่ปัญหาคือ ข้าพเจ้าเป็นคนต้นขาไม่มีเนื้อ ถ้ายืนขาคู่ชิด ๆ กัน ขาจะโค้งโหว่เป็นวงเล็บ สามารถปาลูกเทนนิสลอดหว่างขาไปอีกฝั่งนึงได้โลด

การเรียนวันแรกผ่านไปอย่างทุลักทุเล เสื้อหลวม คอกว้างไป ฝึกท่าทำทางเดี๋ยวก้ม เดี๋ยวเงย ห่วงอกย้อย ห่วงพุงย้วย เก้ ๆ กัง ๆ บาลานซ์ตัวเองก็ไม่ได้ อีกมือก็ต้องคอยจับคอเสื้อ ไหนจะต้องกังวลกับแผ่นฟองน้ำ ที่ดันทะลึ่งใส่เพิ่มเซฟไว้อีกชั้นเพราะกลัวเห็นจุก ขยับท่าไปมาก็ดันโผล่แพลมออกอีกต่างหาก ไม่อยากจะนึกภาพเลย แหม ถ้าหลุดออกมานี่ คงมีฮากระจายกันทั้งคลาส ไหนจะผมเผ้า ถึงมัดแล้วก็ยังรกรุงรังอยู่ดี ปิดหน้าทิ่มตาน่ารำคาญชะมัดยาด ไหนจะห่วงกางเกงที่รัดติ้ว เป้ายิ้มเฟรนรี่ไปทั่ว ไหนจะต้องเงียหูฟังอาจารย์บอกเปลี่ยนทางต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ ศัพท์แสงอะไรก็ไม่คุ้นหู แล้วอาจารย์ก็ดันพูดแบบไม่เปิดปากอีก นึกในใจพูดไรว่ะ ฟังยากชิปเป๋ง ข้าพเจ้าต้องอาศัยเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่ตลอดเวลา (เขาก็คงรำคาญข้าพเจ้าเหมือนกันมั๊ง) คือมันไม่มั่นใจไปหมดทุกอย่าง ไม่มีสมาธิเอาเสียเลย

ผ่านไปแล้วสำหรับโยคะครั้งแรกในชีวิต เหงื่อแตกพล่ักๆ ฝึกเพียงชั่วโมงเดียวเห็นผล แห๊มม โยคะนี่มันดีจริง จริ๊งง ไม่ได้โม้ ฮ่าฮ่า มันเต่งตึงไปหมดทุกส่วนสัด ทั้งตึง ทั้งปวด เคล็ดขัดยอก ปวดร้าว ระบม อูยยย ตึงเพราะเกร็งนั่นเอง เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน สิว ไฝ ไส้ติ่ง เกร็งไปทั้งตัว เกร็งลมหายใจ เกร็งไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วไอ้ที่คิดไว้ว่า นั่งหลัง ๆ แล้วจะรอดตัวหน่ะน่ะ เปล่าเลยค่ะ ครูวิเวกขยันเอาใจใส่คนหน้าแปลกอย่างเจาะจงใจ เปลี่ยนท่าที แหม เดินลิ่วลิ่ว มาจัดท่าให้ข้าพเจ้าก่อนเลย แล้ววิธีจัดท่านี่ก็ไม่ได้ใช้มือจัดน่ะค่ะ ขอโทษค่ะคุณขา ครูใช้ “ตรีน”จัดค่ะ จัด ๆ เขี่ย ๆ ดัน ๆ ยัน ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง เสร็จสมแล้วก็เดินจากกันไป ข้าพเจ้าคิดในใจ ไรว่ะ เกิดมามีแต่ผู้ชายมาสปอยด์ จ๊ะ อีสวย (หลงตัวเองมาตลอดสิน่ะ) แต่อีตาครูนี่ บังอาจใช้ตีนกับเราเลยหรอ เฮ้ย เจ๋งหว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า

เออ..คุณครูค่ะ ครูหน่ะเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตที่ใช้ตีนอบรมสอนสั่งข้าพเจ้าได้ นี่สิน่ะที่ประทับใจเป็นอันดับสี่ ฮ่าฮ่า (มีต่อ)

คาเฟ่บางรัก
11/03/14

You can leave a response, or trackback from your own site.