พายุหิมะเป็นเหตุ


ประสบการณ์ต่างแดนทริปแรกในชีวิต
ของพวกเราก็เจอดีซะแล้วค่ะ ขอเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เริ่มจากที่คุณสามี ซึ่งขณะนั้นยังเป็นแค่แฟนกัน ชวนไปเยี่ยมเพื่อนที่เยอรมันในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Leipzig ด้วยความที่อยากเห็นหิมะ และบรรยากาศ Christmas แบบฝรั่งของแท้ พวกเราเลยเลือกไปเที่ยวในเดือนธันวาคม

การเดินทางต้องเป็นแบบนี้ค่ะ Bangkok – Frankfurt – Leipzig เมื่อจองตั๋วเสร็จสรรพ ก็นัดหมายกับเพื่อนอย่างดิบดีว่า เจอกันที่สนามบิน Leipzig วันที่ 24 ธันวาคม เวลานี้ บลา บลา บลา…..แล้วเจอกันนะจ๊ะ

วันเดินทางมาถึง ตั๋วพร้อม เงินพร้อม กระเป๋าเดินทางพร้อม ใจก็พร้อม แอบตื่นเต้นตึกตัก เอาล่ะลุย ก่อนขึ้นเครื่องบังเอิญฉุกคิดได้ว่า ถ้าไปถึงเยอรมันระหว่างทางที่เดินจากสนามบิน เพื่อไปขึ้นรถที่เพื่อนมารอรับ อากาศคงจะหนาวพิลึก (และคนไทยอย่างเราก็ชินมากกับอากาศหนาว เน๊อะ) ว่าแล้วก็หยิบเสื้อโค้ชติดขึ้นเครื่องไปด้วย ถึงจะหนักหน่อยแต่ดีกว่าหนาวตาย (ฮ่าฮ่า)

ดังนั้น เรา 2 คน เลยมีเสื้อโค้ช 1 ตัว กับชุดที่สวมใส่อยู่ 1 ชุดเท่านั้น ถึงเวลาBoarding สัมภาระทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ขึ้นเครื่องบินหลับแบบสบายเฉิบ ภาพฝันในใจ ผุดเป็นฉาก ฉาก “เดี๋ยวเจอกันน่ะจ๊ะ หิมะจ๋า”

ตื่นกันมาอีกทีก็ถึงสนามบิน Frankfurt สักประมาณตีห้า เกือบ 6 โมงเช้า รอเวลาต่อเครื่องไป Leipzig ประมาณ 10 โมง โดยใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เดินเล่นดูทุกซอกมุมของสนามบินบ้านเขา ที่ใหญ่อลังมาก (ตอนนั้นเมืองไทยยังใช้สนามบินดอนเมืองอยู่เลยค่่ะ สุวรรณภูมิยังไม่เกิด)

970908_10200417903263256_1872659619_n

ตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตได้สักพัก เสียงประกาศ! ท่านผู้โดยสารที่จะเดินทางไป Leipzig บลา บลา บลา กรุณาเปลี่ยนประตูทางเข้าเป็นหลายเลข xxx ตายละหว่า !!! ดูจากตั๋วเข้าประตูเดิมอยู่ทางขวาของตึก ประตูที่จะให้เข้าใหม่อยู่ทางซ้ายยยยยยยยย สุด โอววว สนุกล่ะวิ่งกัน 4×100 ความเร็วพอประมาณ

โชคดีที่ไม่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อยู่ด้วย แต่ขนาดวิ่งแบบตัวปลิว ยังทำเอาหอบแฮ่ก แฮ่ก ถึงประตูใหม่แบบรอดตัวไม่ตกเครื่อง นั่งพักเหนื่อย รอเวลาจวนใกล้ 10 โมงแล้ว แต่ทำไมยังไม่เรียกขึ้นเครื่องสักที

ประกาศ delay รอบที่ 1 ประกาศ delay รอบที่ 2 และสุดท้าย

ประกาศ ประกาศ ทางสนามบินขอแจ้งให้ทราบว่า ตอนนี้สภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากเกิดพายุหิมะหนัก ทางสนามบินไม่สามารถนำเครื่องขึ้นหรือลงได้ จึงขอประกาศหยุดใช้ runway งดการขึ้นลงเป็นการชั่วคราว ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ความโกลาหลก็ได้เกิดขึ้นในสนามบิน Frankfurt ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่มาก เครื่องบินรอขึ้นลงกว่า 100 เที่ยว คนอีกมหาศาลที่อยู่ในสนามบิน (ฮ่าฮ่าฮ่า ปลอบใจตัวเอง) ครั้งแรกความซวยก็มาเยือนซะแล้ว จะทำยังงัยละทีนี้ (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งเป็นวัน Christmas Eve และ ฝรั่งจะทำงานเพียงครึ่งวันเท่านั้น !!!)

สักพักก็มีประกาศฉบับใหม่ ให้คนที่จะเดินทางต่อไปยังที่ต่าง ๆ ไปติดต่อ เพื่อเอาตั๋วเครื่องบินเดิม ไปเปลี่ยนเป็นตั๋วรถไฟ

ปัญหาของพวกเราคือเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษ “ได้น้อยมากกกก” ส่วนเราทั้งสองคนนั้นเล่า ฮ่า ฮ่า พูดภาษาเยอรมัน “ไม่ได้เลยยย” และไม่เข้าใจเลยแม้แต่คำเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า (เก่งป่ะหล่ะ)

ด้วยความสามารถของคุณผู้ชาย และภาษามือที่ฝึกหัดกันมาตั้งแต่เด็ก เราเปลี่ยนเป็นตั๋วรถไฟไปจุดหมายปลายทางของเราได้สำเร็จ เย้ เย้ พร้อมได้รับคำอธิบายมาเจ้าหน้าที่ถึงทางลงไปขึ้นรถไฟ……. ขณะนั้นยังไม่ถึงเวลารถไฟออกจริง ซึ่งก็เกือบบ่ายเลย หมดไปละ 1 เรื่อง

แต่เอ๊ะ!!!! ขาดอะไรไปน่ะ อ่าา “กระเป๋าเดินทาง” ใช่จ๊ะ

971052_10200417902543238_231026081_n

กระเป๋าเดินทางของฉันที่เขาโหลดขึ้นไปกับเครื่อง ก่อนที่เครื่องจะโดนยกเลิก มันอยู่ที่ไหน !!!?

อ้าวละฮ่า……ถึงคราวภาษาใบ้อีกครั้งที่ต้องวิ่งวุ่นวายไปถามเจ้าหน้าที่ เพื่อตามหาว่ากระเป๋าอยู่ไหน ? จะเอาออกมายังงัย ? ที่สำคัญคือ เรามีเสื้อผ้าเพียงชุดที่ใส่อยู่ชุดเดียว และเสื้อโค้ชตัวหนาหนักที่ติดตัวมาเท่านั้น

เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปรอดูที่สายพานกระเป๋าน่ะ มันจะค่อย ๆ โหลดออกมาเอง แต่คิดในใจน๊ะค่ะ โอวว กี่เที่ยวบิน ที่มันจะโหลดออกมาพร้อม กัน แถมสายพานก็มีอยู่แค่ 5-6 สายเท่านั้น

ไม่เป็นไร ยังไม่ถึงเวลาขึ้นรถไฟ เราทั้งสองคนก็ชวนกัน “ไปค่ะ เราไปนั่งเฝ้าสายพานกัน” รอให้กระเป๋ามันโหลดโผล่ออกมาเอง รอ รอ รอ เห็นแต่กระเป๋าชาวบ้าน ที่มันค่อย ๆ ไหลออกมาเรื่อย ๆ แต่ก็ยังรออย่างมีหวัง เพราะฝรั่งคู่ที่ยื่นอยู่ข้างหน้า เราจำได้ว่าเค้าจะขึ้นเครื่องไฟล์เดียวกับเรา มายืนรอกระเป๋าข้าง ๆ เรา ในชะตากรรมแบบเดียวกับเรา โหย!!! เขาโชคดีมากยืนรอไม่ถึง 10 นาทีกระเป๋าเดินทาง 2 ใบของพวกเค้าก็ออกมาแล้ว จากนั้นเค้าก็หยิบและเข็น เดินจากไปต่อหน้าต่อตาเราเลย

เอาว่ะ!! โหลดขึ้นไปไฟล์เดียวกันมันก็ต้องออกใกล้ ๆ กันล่ะ เฝ้าจ้องต่อไปอย่างมีหวัง

…..1 ชั่วโมงผ่านไป ทำไมกระเป๋า (ตรู) ยังไม่ออกมาว่ะ

มองเห็นว่าเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ที่กำลังวุ่นกับการอนุเคราะห์คนไม่มาเอากระเป๋าด้วยการโยนออกมาจากสายพาน (กระเป๋าบางใบฝาแตก จนของใช้ส่วนตัวทะลักกันเลย) ยืนทำตาปริบ ปริบ เพื่อรอแย่งกระเป๋าของเราให้ทัน ก่อนจะถูกโยนอย่างจดจ่อ เรียกว่าซวยซ้ำซ้อนจริงๆ เห็นแล้วประสาทจะเสีย โวยวายแหกปาก ถามเจ้าหน้าที่ตลอดว่ากระเป๋าชั้นไปไหน ? เมื่อไรจะออกมา ? ทำไมคนอื่นที่ไปไฟล์เดียวกันยังออกมาแล้ว!!!

เจ้าหน้าที่ให้ความกระจ่างมากตอบว่า “ไม่รู้ บอกไม่ได้ ยูต้องรอดูเอาเอง”
แน่นอนว่า เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินซึ่งอยู่ในส่วนงานที่ไม่ต้องติดต่อพูดคุยกับใคร ดันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย(อีกแล้ว)

ยิ่งเป็นวัน Christmas Eve พนักงานก็ไม่มีกระจิตกระใจทำงาน แต่เราก็ยังตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองสายพานต่อไป อ่า รอจนในที่สุด เวลาที่จะต้องขึ้นรถไฟก็มาถึง… หมดหวังค่ะ

สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือ ไปติดต่อแผนก baggage claim เพื่อแจ้งว่า ถ้าเจอกระเป๋าที่โชคร้าย 2 ใบนี้ กรุณาส่งไปตามที่อยู่ที่ให้ และเดินคอตกไปขึ้นรถไฟ น้ำตาซึมเล็กน้อย เดินจากไปพร้อมกับเสื้อผ้าที่ติดอยู่ร่างกายเพียงชุดเดียว

ในที่สุดเราก็เจอเพื่อนที่นัดกันไว้ และพร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวตามแผนของเราอย่างสนุกสนาน กับเสื้อผ้าเพียงหนึ่งชุดเท่านั้น ประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า

จากทริปแรกที่เราเดินทาง และกลับมาเล่าให้คนอื่นฟัง หลายคนถามว่า แล้วจะเข็ดไหม? “ไม่ค่ะ” นี่คือคำตอบ

เหตุผลคือ ไม่รู้จะต้องเข็ดทำไม การเดินทางไม่ว่าใกล้ หรือ ไกล ทุกที่ย่อมมีอุปสรรคเกิดขึ้นเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แล้วแต่เหตุการณ์จะพาไป สิ่งที่เราควรเตรียมตัวคือ ตั้งสติ เตรียมรับมือ แก้ปัญหาไปทีละเรื่อง แล้วก็นึกสนุกไปกับมัน (ถึงจะแบบมึนๆ บ้างก็ตาม) อย่าย่อท้อกับการเดินทาง เพราะมันคือประสบการณ์และการเรียนรู้จากของจริงอีกทางหนึ่งค่ะ

^_^ Enjoy your trip na ka everyone

แพนหางคู่

You can leave a response, or trackback from your own site.